งูลอกคราบ ทำไมงูบอลถึงลอกคราบ ? และการดูแลน้องบอลทำยัง ?
งูลอกคราบ คือการลอกผิวหนังออก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามธรรมชาติ งูต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตรงที่มีโครงสร้างผิวหนังที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งประกอบด้วยเกล็ดที่ทับซ้อนกันซึ่งให้การปกป้อง ช่วยในการเคลื่อนไหว กระบวนการลอกผิวหนังเก่าออกทำให้งูสามารถรองรับขนาดที่เพิ่มขึ้น ทดแทนเกล็ดที่เสียหาย และรักษาสุขภาพโดยรวมของพวกมันได้
บทความนี้ Python Mania จะมาพูดการลอกคราบถึงน้องงูบอลกันนะคะ ว่าทำไมถึงลอกคราบ การดูแลน้องบอลในช่วงเข้าคราบ จนถึงหลังลอกคราบ
ทำไมงูถึงลอกคราบ
การเจริญเติบโต
งูเป็นสัตว์ที่มีความร้อนสูง ซึ่งหมายความว่าอุณหภูมิร่างกายของพวกมันจะถูกควบคุมโดยสิ่งแวดล้อม เมื่อพวกมันโตขึ้น ผิวหนังของพวกมันจะไม่ขยายตัวตามไปด้วยดังนั้นพวกมันจึงต้องลอกผิวเก่าออกเพื่อรองรับขนาดที่ใหญ่ขึ้น
เกล็ดสึกหรอ
เมื่อเวลาผ่านไป เกล็ดบนตัวงูอาจเสียหาย สึกหรอ หรือแม้กระทั่งติดเชื้อได้ การลอกคราบทำให้งูสามารถแทนที่เกล็ดเก่าและอาจเสียหายด้วยเกล็ดที่สดใหม่และมีสุขภาพดี
กำจัดปรสิต
การลอกคราบยังสามารถช่วยให้งูกำจัดปรสิตภายนอกได้อีกด้วย เมื่องูลอกคราบ ปรสิตที่ติดอยู่กับผิวหนังเก่าก็จะถูกทิ้งไปด้วย
ลวดลาย และสีสัน
งูบางชนิดใช้สีผิวและลวดลายเป็นรูปแบบหนึ่งของการอำพราง การลอกคราบช่วยให้พวกมันดูสดชื่นขึ้น ซึ่งอาจมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับงูที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงหรืองูที่ต้องอาศัยการลักลอบในการล่าสัตว์
การงอกใหม่ของเกล็ดที่หายไป
ในกรณีที่งูสูญเสียเกล็ดเนื่องจากการบาดเจ็บหรือปัจจัยอื่นๆ การลอกคราบจะทำให้เกล็ดใหม่มีโอกาสพัฒนาและทดแทนเกล็ดที่หายไป
เมื่องูเข้าใกล้กระบวนการลอกคราบ ผิวหนังของมันจะเริ่มหมองคล้ำและสีอาจเปลี่ยนไป เกิดจากการสะสมของของเหลวระหว่างชั้นผิวเก่าและชั้นใหม่ร่างกายของงูจะหลั่งของเหลวพิเศษที่ช่วยแยกผิวหนังเก่าออกจากผิวหนังใหม่
จากนั้นงูจะถูกับพื้นผิวที่ขรุขระ เช่น ก้อนหินหรือกิ่งไม้เพื่อช่วยดึงผิวหนังเก่าออกการลอกคราบมักจะเริ่มหลุดออกจากหัวและค่อยๆ ไหลลงมาตามลำตัว เมื่องูลอกผิวหนังเก่าออกจนหมด มันก็จะดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้น
หลังลอกคราบ
ผิวใหม่ในตอนแรกจะอ่อนนุ่มและบอบบางมากขึ้น สีของงูอาจดูสดใสเป็นพิเศษทันทีหลังการหลุดร่วง
งูบอลไพธอนกำลังลอกคราบ
SYCS: Ball Python (Sam) Shedding
การดูเเลงูบอลไพธอนในช่วงที่น้องงูกำลังเข้าคราบไปจนถึงตอนที่น้องงูลอกคราบเสร็จเรียบร้อย
จัดอุณหภูมิให้พอเหมาะ
ในเรื่องของอุณหภูมินั้นในช่วงที่น้องกำลังเข้าคราบนั้นสำคัญมาก ๆ ต่อการช่วยให้น้องลอกคราบให้ง่ายขึ้นค่ะซึ่งในข่วงนี้เราจะต้องพยายามให้อุณหภูมิในที่เลี้ยงนั้นมีความชื่นที่มากขึ้นสักหน่อย เพื่อให้คราบหลุดได้ง่าย
เเละงูลอกคราบได้เป็นชิ้นเดียวเเบบไม่ขาดนั้นเองค่ะซึ่งในการสร้างความชื้นนั้นก็ง่ายมาก ๆ เลยค่ะเราสามารถทำได้โดยการวางถ้วยน้ำไว้ในที่เลี้ยง หรือเเม้เเต่กระทั่งการใช้ฟร็อกซี่ฉีดเพื่อเพิ่มความชื่นก็ได้ค่ะ ( เอาเเค่ให้มีความชื้นนะคะ ไม่ต้องเเฉะ หรือถึงขั้นเปียก)
หาที่เสียดสีมาให้น้องลอกคราบได้ง่ายขึ้น
ในที่เลี้ยงนั้นเราควรจะมีตัวช่วยในการช่วยน้องลอกคราบด้วยค่ะ เวลาที่น้องงูเริ่มเข้าคราบนั้น admin จะนำขอนไม้มาใส่ในตู้ให้น้องใช้ถูตัวเวลาลอกคราบค่ะอันนี้ถ้าสำหรับบางคนอาจจะมองว่าไม่จำเป็น
เเต่ admin มองว่าจำเป็นค่ะ เพราะว่าที่เลี้ยงของเรานั้นเป็นเเค่กล่องธรรมดา ๆซึ่งมันไม่สามารถสร้างเเรงเสียดสีได้มากสักเท่าไหร่ซึ่งมันอาจส่งผลให้น้องงูของเรานั้นลอกคราบได้ยากขึ้นเพราะว่าไม่มีอะไรช่วยถูคราบนั้นเองค่ะ
การให้อาหาร
ในเรื่องของการให้อาหารในช่วงที่น้องกำลังเข้าคราบ ควรให้งดให้อาหารน้องในช่วงนี้ก่อนค่ะเพราะว่าการที่น้องลอกคราบ คือการเเสดงให้เราเห็นว่าน้องกำลังจะเติบโตขึ้นอีกระดับซึ่งน้องจะต้องเอาคราบอันเก่าออกก่อนถึงจะค่อยโตขึ้นได้เรื่อยๆ
การที่เราให้อาหารน้องในช่วงนี้คือมันจะส่งผลให้น้องลอกคราบได้ยากมากขึ้นนั้นเองค่ะ ถ้าน้องกินหนูในช่วงที่จะลอกคาบ น้องอาจจะสำรอกหนูออกมาถึงจะลอกคราบได้ (เราสามารถให้อาหารให้น้องอีกทีหลังจากที่น้องลอกคราบเสร็จนะคะ)
อย่าพึ่งไปเล่นกับน้องในช่วงที่กำลังลอกคราบ
การเล่นกับน้องในช่วงที่น้องกำลังเข้าคราบ อยากให้เพื่อน ๆ งดเล่นกับน้องงูก่อนนะคะ เพราะว่าในช่วงที่น้องกำลังเข้าคราบนั้นน้องจะค่อนข้างระแวงสูงกว่าปกติ เพราะว่าสายตาน้องมองเห็นได้ไม่ชัดในช่วงนี้ค่ะ ถ้าเกิดว่าเราเอามือไปสัมผัสก็ อาจจะทำให้น้องงูตกใจเเละฉกเราได้นั้นเองค่ะ
หลังลอกคราบ
หลังจากที่น้องงูของเราได้ลอกคราบเสร็จเรียบร้อยเเล้วเราจะต้องเก็บคราบของน้องออกเเละนำไปทิ้งทันทีค่ะ ห้ามเก็บไว้โดยเด็ดขาดเพราะว่าคราบที่น้องถอดออกมานั้นจะกลายเป็นเเหล่งสะสมเชื้อโรค
เเละนอกจากนั้นเเล้วในช่วงที่น้องเพิ่งลอกคราบเสร็จสัก 1 อาทิตย์เเรก ผิวหนังของน้องจะบอบบางมากกว่าปกติค่ะซึ่งเราจะต้องรักษาความสะอาดมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะถ้าหากที่เลี้ยงสกปรกอาจส่งผลให้ผิวหนังของน้องเเดง เเละเกิดการอักเสพได้
และหลังจากที่น้องลอกคราบเเล้วเราจะต้องตรวจเช็คด้วยค่ะว่าน้องงูของเรานั้นลอกคราบออกมาครบหมดทั้งตัวเเล้วหรือเปล่า ซึ่งถ้าน้องงูลอกคราบออกทั้งหมดได้ใน 1 ชิ้นเต็ม ๆ ตั้งเเต่หัวจรดหาง ก็เเสดงว่าน้องงูมีสุขภาพที่เเข็งเเรงสมบูรณ์
อีกทั้งยังสามารถบอกถึงการดูเเลเอาใจใส่ในเรื่องต่าง ๆ ได้ครบถ้วนอีกด้วย เเต่ถ้าหากว่าน้องยังลอกคราบไม่หมด หรือยังมีคราบเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดตามตัวน้องอยู่ล่ะก็ ให้เรานำน้องไปเเช่น้ำอุ่นและค่อย ๆ ถูคราบนั้นออกอย่างเบามือค่ะ
เราจะสามารถรู้ได้ยังไงว่างูของเรากำลังเข้าคราบอยู่ ?
ระยะงูบอลไพธอนเข้าคราบ ตาจะขุ่น
fineartamerica.com
การเข้าคราบของงูนั้นจะมีสิ่งที่สามารถสังเกตง่ายๆเลยก็คือ
บริเวณดวงตา
ตาของงูนั้นจะมีฝ้าขาวๆ ขุ่นๆ แต่ข้อสังเกตก็คือ การดูระยะเวลาโดยประมาณ 1 เดือนไม่เกิน 3 ครั้งแน่นอน แต่ถ้าเห็นตาซีดๆแบบไม่ปกติเช่น ตาซีดข้างเดียว ตาซีดแต่ตัวไม่ยอมซีดสักที อันนี้ควรสังเกตให้ลึกๆว่ามันเป็นอาการอะไรกันแน่
สีบริเวณลำตัวตั้งแต่หัวจรดหาง
สีบริเวณลำตัวของงูนั้นจะเป็นจุดที่สังเกตได้ง่ายที่สุดนั่นคือมีอาการซีด สีหมองๆ จนสีเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดไม่ต้องตกใจไป เพราะนั่นคืออาการปกติของเค้าค่ะ
งูบางตัวจะหยุดกินอาหาร
ถ้าน้องงูหยุดกินเมื่อถึงเวลาให้อาหารแล้ว ไม่ต้องตกใจไปนะคะ งูที่เริ่มเข้าคราบส่วนมากแล้วจะเริ่มหยุดกินอาหารและเข้าสู่สภาวะเฉื่อยชาระยะสั้นๆทำให้เวลาเราให้อาหารไปงูจึงปฏิเสธโดยการหันหน้าหนีหรือเลื้อยหนีและกลับไปนอนนิ่งๆอยู่ในมุมของมันค่ะ
งูบอลไพธอนจะลอกคราบส่วนหัวก่อน ไปจนถึงหาง
reptileszilla.com
ข้อควรระวังเมื่องูของคุณเข้าคราบ
เมื่องูของคุณเข้าคราบมักจะนิ่งกว่าปกติ ไม่ค่อยมีอาการเลื้อยเล่น และจะเครียดได้ง่ายกว่าปกติค่ะโดยปกติแล้วตาของงูนั้นจะมองเห็นได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่จะไวต่อสิ่งที่เคลื่อนไหว
เมื่อคราบของน้องงู เป็นสีขาวขุ่นบังดวงตาไว้ทำให้น้องงูเกิดความระวังตัวมากขึ้นจนบางครั้งเราก็สังเกตเห็นได้ เมื่อมีความระแวงมากขึ้นงูก็ย่อมที่จะหงุดหงิดง่ายขึ้น อาจจะทำให้เกิดการฉกกัดเราได้ ซึ่งเป็นปกติค่ะ
เมื่องูเข้าคราบมันก็เปรียบเหมือนกับเราที่ใส่เสื้อผ้ารัดๆ เวลากินอาหารเยอะๆก็จะอึดอัด งูก็เช่นกันค่ะ เวลาเข้าคราบงูส่วนใหญ่ก็หักห้ามใจให้ตัวเองไม่กินอาหารได้
แต่งูบางตัวก็ไม่สนกฎข้อนี้เหมือนกันเลยทำให้งูบางตัวต้องอ้วกออกมาก่อนแล้วลอกคราบเวลางูอ้วกนั้นจะมีน้ำย่อยติดมาตามระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะทำให้รู้สึกแสบร้อนเพราะมันคือกรด อาจจะทำให้งูเครียดเพิ่มขึ้นและอดอาหารไปสักพักหนึ่งและเรานั่นแหละค่ะที่จะเป็นฝ่ายกระวนกระวายใจเสียเอง
ผู้เลี้ยงบางคนที่ชอบงูสายสีขาวเช่นพวก Leucistic , Blizzard ฯลฯ ส่วนใหญ่จะเจอปัญหาที่ไม่รู้ว่ามันเข้าคราบอยู่หรือเปล่า เพราะว่างูสีขาวเวลาเข้าคราบแล้วจะดูค่อนข้างยากแถมตายังเป็นสีแดงใสๆ มือใหม่ๆมักจะไม่ทันสังเกต เคล็ดลับมีง่ายๆก็คือการดูที่ ตา เหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ จะเป็นฝ้าขาวแทนที่จะใสแบบเดิม
สรุป
การเข้าคราบของน้องงูเป็นอาการที่บอกว่าน้องงูกำลังมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ไม่ใช่แค่ขนาดตัว แต่อาจจะเป็นการบ่งบอกสัญญาณที่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเช่น เวลาที่งูตั้งท้อง ก่อนจะไข่นั้นงูจะต้องลอกคราบก่อน
ซึ่งจุดนี้ Breeder (ผู้เพาะพันธุ์) ที่เก่งๆจะคอยสังเกตเวลาที่ตัวเองผสมงู หรือการสังเกตสุขภาพและการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ เป็นต้นการลอกคราบของน้องงูนั้นยังสามารถช่วยรักษารอยแผลที่เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นตามลำตัวหรือรอยถลอกเวลาที่งูดันกล่อง (ไม่นับกรณีที่ไม่แผลเป็นตลอดชีวิตอย่างเช่นเกล็ดหลุดนะคะ)
และการสังเกตคราบของงูยังสามารถดูสุขภาพของงูได้คร่าวๆอีกด้วย ถ้างูตัวไหนที่มีสุขภาพดี แข็งแรงและความชื้นในการลอกคราบเพียงพอ คราบจะต่อกันเป็นตัวสวยงาม แต่ถ้าตัวไหนลอกเป็นแผ่นๆสะเก็ดๆให้สังเกตดูว่าเค้ามีปัญหากับสุขภาพหรือไม่ และก็ลองสังเกตสถานที่เลี้ยงดูว่ามีความชื้นเพียงพอต่อการลอกคราบของงูหรือเปล่า

