การเลือกซื้อ น้องงูบอล และแนะนำอุปกรณ์ในการเริ่มเลี้ยงสำหรับมือใหม่
การพิจารณาซื้องูบอลไพธอนนั้น ควรคำนึงถึงความสมบูรณ์ของงูก่อนสิ่งอื่นเสมอ งูบอลไพธอนที่สมบูรณ์จะต้องไม่ผอมเกินไป
หากผอมเกินไปจะทำให้เห็นซี่โครงของงู ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ ในฐานะผู้เลี้ยง เพราะนั่นอาจหมายความว่าเราจะต้องรับผิดชอบสุขภาพที่ไม่ดีแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นภาระที่หนักอึ้งในที่สุด
การเลือกนั้น Admin แนะนำให้ดูจากความสมบูรณ์ของน้องงูเป็นอันดับแรกคือ งูต้องอ้วนไม่ผอมจนเห็นซี่โครง ตัวที่ผอมมากๆลำตัวจะเป็นลักษณะสามเหลี่ยมเลยทีเดียว
ถ้าเป็นไปได้ให้เจ้าของร้านลองเอาหนูให้น้องงูกินให้ดูเลยก็ดี เพราะถ้าได้งูที่ยอมกินอาหารมาตั้งแต่แรกแล้วก็ไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่องงูไม่กินอีกจากนั้นให้ดูว่าน้องงูต้องไม่มีน้ำลายไหลเยิ้มออกจากปาก และมีอาการปากปิดไม่สนิทหรือเปล่า ผิวหนังต้องมันเป็นเงาไม่แห้งด้าน ตาต้องไม่ขุ่นมัว
ยกเว้นในกรณีที่น้องงูกำลังเข้าคราบตาก็จะขุ่นเหมือนกัน ควรมีการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว มีการแลบลิ้นสัมผัสอากาศเป็นระยะๆ หากได้จับงูขึ้นมาดูด้วยจะยิ่งดี ถ้างูแข็งแรงมันจะไม่อ่อนปวกเปียกขณะที่เรายกขึ้นมา ส่วนเรื่องลวดลายนั้นก็เลือกตามความพอใจของผู้เลี้ยงได้เลยค่ะ
ตรวจสอบจากพฤติกรรมการกินของงูบอลไพธอน
นอกจากจะสังเกตร่างกาย และความสมบูรณ์ของงูในร้านขายสัตว์แปลก หรือฟาร์มงูบอลแล้ว เราจำเป็นต้องตรวจสอบให้ดีว่างูที่เราชื่นชอบนั้นมีพฤติกรรมการกินยาก หรือง่ายแค่ไหน
จากการให้เจ้าของร้านเสิร์ฟอาหารให้กับเจ้าน้องงูตัวนั้นๆ โดยเราสามารถสังเกตได้จากน้ำลายที่ไหลออกมาจากปาก และมีการตอบสนองต่ออาหารอย่างไร สังเกตจากปาก หากมีการปิดไม่สนิท แสดงว่าน้องงูตัวนั้น ๆ อาจมีปัญหาเกี่ยวกับปาก ทำให้ไม่สามารถกินอาหารได้เหมือนงูปกติทั่ว ๆ ไปนั่นเองค่ะ
ตรวจสอบจากอวัยวะของงูบอลไพธอน
อวัยวะของงูบอลไพธอน นั้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่สามารถสะท้อนสุขภาพของพวกเขาได้ ก็เช่นเดียวกันกับมนุษย์ หากเราสุขภาพแย่ก็จะสามารถสังเกตได้จากตาขาวใช่ไหมล่ะคะ งูชนิดนี้ก็เหมือนกัน
โดยเราจะทำการสังเกตตรงผิวหนังของพวกเขาว่าเงางามหรือไม่ หากพบว่าแห้งด้านก็แปลว่างูตัวนั้น ๆ สุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก รวมถึงจะต้องมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ดีเยี่ยมด้วยนะคะ
สังเกตจากการแลบลิ้นสัมผัสกับอากาศนอกจากนี้เรายังสามารถจับพวกเขาขึ้นมา หากร่างกายของพวกเขาดูเหมือนจะอ่อนเพลียไปหน่อย หากพวกเขามีอาการเหล่านี้ก็แปลว่าอาจอยู่ในขั้นวิกฤตแล้วนั่นเองค่ะ
จะทำอย่างไร ? เมื่อนำงูบอลไพธอนกลับมายังบ้าน
เมื่อนำงูกลับมาถึงบ้านแล้ว Admin แนะนำ ยังไม่ต้องรีบร้อนเอาน้องงูออกจากถุงผ้าที่ทางร้านใส่มาให้ ให้จัดเตรียมเรื่องสถานที่เลี้ยงเสียก่อน อาจใช้ตะกร้าพลาสติกแบบล็อกได้มาใช้เลี้ยงงูก็ได้ หรือจะใช้กล่องพลาสติกที่มีขายทั่วไปตามห้างมาเจาะรูระบายอากาศก็ใช้ได้ผลดีเช่นเดียวกัน
บางท่านอาจใช้ตู้ปลาขนาดพอเหมาะแล้วทำฝาด้ายบนเป็นตาข่ายมาปิดก็สวยงามไปอีกแบบ ทั้งนี้ต้องระวังในเรื่อง ช่อง ร่อง รู ให้ดี เพราะหากมีช่องพอที่งูมุดหัวออกไปได้แล้วล่ะก็ รับรองหนีได้สบายๆ
อันนี้ ถ้วยเล็กไปค่ะ ><
ภายในที่เลี้ยงควรประกอบไปด้วยถ้วยใส่น้ำดื่ม อาจใช้ชามข้าวของสุนัขก็ได้ค่ะ เพราะว่าน้ำจะไม่หกได้ง่ายหากน้องงูไปเลื้อยทับถ้วยน้ำเข้า
ภายในที่เลี้ยงสามารถใช้หนังสือพิมพ์ปูรองพื้นได้ ซึ่งก็สะดวกดีในการทำความสะอาด หากงูมีการขับถ่ายก็แค่เปลี่ยนหนังสือพิมพ์ใหม่เท่านั้น เมื่อจัดสถานที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาย้ายเข้าบ้านใหม่กัน หลังจากนำงูปล่อยลงในที่เลี้ยงแล้วควรปล่อยให้งูได้ปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ใหม่สักระยะ คือให้งูได้อยู่เงียบๆสัก 2-3 วันโดยไม่ไปรบกวนงูจะเป็นการดีที่สุด
สิ่งที่ควรมีอีกอย่างหนึ่งคือ Hide Box เอาไว้สำหรับให้งูได้ซ่อนตัว เพื่องูจะได้รู้สึกปลอดภัยและไม่เครียด Hide Box อาจทำมาจากกระถางดินเผาแตกๆมาคว่ำก็ได้
นอกจากนั้นยังควรมีกิ่งไม้เอาไว้สำหรับให้งูได้ใช้ถูตัวเวลาที่ลอกคราบ
แอดเอากล่องพัสดุมาเจาะะรูเป็นถ้ำให้น้องชั่วคราวค่ะ ^^
อาหารที่ใช้เลี้ยงน้องงู
อาหารที่ใช้เลี้ยงน้องงู คือหนูไมค์หรือหนูแรทนี่ล่ะค่ะ เพราะหนูเป็นสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอแล้วสำหรับน้องงู ไม่จำเป็นต้องให้อาหารอื่นทดแทนแล้ว
และสิ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนชอบเลี้ยงน้องงูนั่นก็คือ ไม่ต้องคอยให้อาหารทุกวัน เพราะงูจะกินอาหารเพียงแค่ 1 – 2 ครั้ง/สัปดาห์ เท่านั้นแต่หากใครทำใจให้หนูเป็นๆ ไม่ลง เดี๋ยวนี้ร้านขายงูมีหนูแช่แข็งจำหน่ายค่ะ
เวลาจะนำมาให้น้องงู เพียงแค่นำหนูมาใส่ถุงแล้วนำไปอุ่น อย่าให้น้ำโดนหนูโดยตรงนะคะ เพราะงูจะไม่กิน หรือใช้ไดร์เป่าจากนั้นใช้ที่คีบคีบหนูแล้วไปแกว่งหน้าน้องงู น้องก็จะเข้ามากินแล้วล่ะค่ะ ย้ำนะคะว่าต้องใช้ที่คีบ เพราะหากใช้มือเปล่าจับหนูอาจทำให้กลิ่นหนูติดมือเรา แล้วน้องงูอาจมากัดเราเพราะเข้าใจผิดได้ค่ะ
หนูไมค์ หนูแรท หนู ASF แช่แข็ง ใน Shopee
ต่อไปจะแนะนำ อุปกรณ์เลี้ยงน้องงูบอล ที่จำเป็นนะคะ อุปกรณ์ในการเลี้ยงงู ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่สุดเลยก็ว่าได้ค่ะ
ดังนั้นการเลือกอุปกรณ์แต่ละชนิด เราต้องคำนึงถึงลักษณะ และขนาดของน้องงูด้วยนะคะ จะได้เหมาะสมกับน้องงูของเราค่ะ
อุปกรณ์ในการเลี้ยงน้องงู
1.ถ้วยใส่น้ำทำจากเซรามิก หลากสี หลายขนาด
การเลือกถ้วยใส่น้ำสำหรับน้องงูนั้น ต้องเลือกอันที่มีน้ำหนักมากหน่อยนะคะ เพราะหากงูเลื้อยลงในถ้วยแล้วน้ำเกิดหก ก็จะทำให้ขี้เลื่อยเปียก เเละน้องงูอาจป่วยได้ค่ะ
ดังนั้นสำหรับถ้วยใส่อาหารและน้ำตัวนี้ก็ถือว่าเหมาะสมมาก ๆ เพราะตัวถ้วยทำจากเซรามิก มีหลายขนาดให้เลือก สีสันสวยงาม คละสี ไซส์ใหญ่สุดมีขนาดถึง 11 เซนติเมตร สามารถใส่น้องงูขนาดกลางได้สบายเลยค่ะ เเถมยังทำความสะอาดง่ายอีกด้วยค่ะ
2.ถ้วยใส่น้ำทำจากเซรามิก สีขาวล้วน
ถ้วยใส่น้ำ ก็เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับน้องงูค่ะ เพราะงูชอบความชื้น น้องงูมักจะชอบลงไปนอนแช่ในถ้วยน้ำ และกินน้ำบ่อย ๆ
ดังนั้นจึงควรมีถ้วยใส่น้ำวางไว้ในกรงตลอดเวลาค่ะ สำหรับถ้วยใส่น้ำเซรามิกตัวนี้เป็นที่ใส่อาหารหรือใส่น้ำของสัตว์เลี้ยง มีสีขาวล้วน แข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับน้องงูเอาไว้แช่น้ำและกินน้ำค่ะ เนื่องจากเป็นเซรามิกทำให้ทำความสะอาดง่ายมาก ๆ โดยจะมี 3 ขนาด คือ เล็ก กลาง ใหญ่ สามารถเลือกได้ตามขนาดของน้องงูเลยค่ะ
3. Hide Box กล่องพลาสติกซ่อนตัวสำหรับงู ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
Hide Box หรือกล่องซ่อนตัว สำหรับน้องงูเป็นสิ่งที่จำเป็นนะคะ เพราะเวลาที่เขารู้สึกไม่ปลอดภัย เขาจะเข้าไปอยู่ในกล่อง ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น และลดความเครียดได้ค่ะ
สำหรับกล่องซ่อนตัวอันนี้ เป็นกล่องทึบ สีดำ เรียบหรูเหมาะสำหรับการให้น้องงูเข้าไปหลบตัว ทำจากพลาสติกหนา มีขนาด S, L ราคาถูก เหมาะสำหรับงูทุกสายพันธุ์ค่ะ ดังนั้นหากใครไม่ซีเรียสเรื่องความสวยงาม กล่องซ่อนตัวสีดำชิ้นนี้ก็ถือว่าใช้งานได้สบายเลยค่ะ
4. ถ้ำซ่อนตัวสำหรับงู สีเหมือนหินจริง ของตกแต่งตู้สัตว์เลื้อยคลาน
ตัวนี้จะเป็นถ้ำซ่อนตัว วัสดุทำจากเรซิ่น รูปร่างสวยงาม แข็งแรง ทนทาน กลมกลืนกับธรรมชาติ ราคาสูงหน่อยเมื่อเทียบกับกล่องซ่อนตัวจากพลาสติก
เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายโขดหินทำให้สามารถจัดตกแต่งตู้ได้อย่างสวยงาม มี 3 ขนาดให้เลือกค่ะ คือขนาด เล็ก กลาง ใหญ่
5. Forceps ที่คีบให้อาหารทำจากสแตนเลส ที่ให้อาหารสัตว์
ที่คีบให้อาหารตัวนี้ วัสดุทำจากสแตนเลส แข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิม มีขนาดใหญ่ จับถนัดมือ ตัวด้ามจับมีขนาดที่ยาวทำให้ปลอดภัยเวลาให้อาหารน้องงูค่ะ
เพราะหากใช้แบบด้ามสั้น ตอนที่น้องงูฉกอาหารอาจพลาดมาโดนมือของเราได้ค่ะ คีมตัวนี้มีให้เลือกมากถึง 6 แบบ สามารถเลือกแบบและขนาดได้ตามใจชอบเลยค่ะ
6. ขี้เลื่อย สำหรับปูรองพื้น
ขี้เลื่อยรองกรงเป็นสิ่งสำคัญในการเลี้ยงน้องงูนะคะ เพราะจะคอยซับฉี่ และของเสียของน้องงู
สำหรับขี้เลื่อยตัวนี้เป็นวัสดุจากธรรมชาติ 100% ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นเลยค่ะเพราะมีความสามารถในการดูดซับกลิ่นได้ดีเยี่ยมและเนื่องจากผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ทานเข้าไปไม่เป็นอันตรายต่อน้องงู ปลอดภัยกับน้องงูของเราแน่นอนค่ะ
7. กล่องพลาสติกสำหรับใส่งู และสัตว์เลื้อยคลาน มีช่องระบายอากาศ
สำหรับคนที่งบน้อย แต่อยากเลี้ยงงู ก็จะเเนะนำเป็นกล่องพลาสติกตัวนี้ค่ะ ราคาจะถูกว่ากล่องอะคริลิก เป็นกล่องพลาสติกขุ่น มีให้เลือก 3 ขนาดคือ S M L
เหมาะสำหรับงูขนาดเล็ก – กลางค่ะ ตัวนี้ก็จะระบายอากาศได้ดีเหมือนกัน เพราะมีการเจาะรูระบายรอบกล่อง แต่มีข้อเสียคือตัวกล่องจะมีรอยขีดข่วนได้ง่ายค่ะ
8. กล่องอะคริลิกใสสำหรับใส่น้องงู
ตัวนี้จะเป็นกล่องพลาสติกเนื้อแข็งอย่างดี อะคริลิกจะใสกว่าพลาสติก มีรูระบายอากาศ ทำให้อากาศไม่อบอ้าว รูปทรงสวยงาม มีให้เลือก 2 ขนาด คือขนาดเล็ก และขนาดกลาง เหมาะกับการเลี้ยงงูขนาดเล็ก – ขนาดกลาง สะดวกเวลาให้อาหาร
สุดท้ายนี้ Admin แนะนำโรงพยาบาลสำหรับสัตว์ Exotic ด้วยนะคะ
โรงพยาบาลสำหรับสัตว์ Exotic
อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นหากเราคิดจะเลี้ยงสัตว์ Exotic โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องงูนะคะ เราต้องศึกษาโรงพยาบาลที่รับรักษาสัตว์ Exotic ถ้าในกรณีที่น้องงูของเราเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาเราจะได้รู้ว่ามีที่ไหนบ้างที่รับรักษา
และควรเลือกที่ใกล้บ้านเพื่อที่จะนำน้องงูของเราไปรักษาได้ทันท่วงทีค่ะ เพราะหากเราไม่ได้ศึกษาเลยเนี่ย เวลาที่น้องงูป่วยกระทันทัน โรงพยาบาลสัตว์บางแห่งอาจไม่รับรักษานะคะ
อัตราค่ารักษาพยาบาลโดยประมาณ เมื่อป่วย
สำหรับอัตราค่ารักษาพยาบาลเริ่มต้นนั้นจะอยู่ที่ราว ๆ 1,700 บาทโดยประมาณนะคะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโรค หรืออาการ และสถานที่รักษาพยาบาลที่ทำการรักษาอยู่ค่ะ
สรุป
การเลือกซื้อ งูบอลไพธอนนั้น ไม่ผอมเกินไปจนเป็นเหลี่ยมๆ เกล็ดชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้านดูสุขภาพดี ปากไม่มีน้ำลายยืดออกมา การเลื้อยเป็นปกติ แลบลิ้นรับอากาศเป็นระยะๆทางที่ดี
ได้จับตัวเป็นๆ และให้เจ้าของจากฟาร์ม หรือร้านขาย ป้อนหนูดูว่ากินง่ายหรือเปล่า (ในวันที่น้องงูถึงเวลากิน)
อุปกรณ์ในการเลี้ยงเบื้องต้น ก็มี ตู้เลี้ยงน้องงู จะเป็นอคิลิกใส กล่องพลาสติด ตู้ปลา ที่เป็นสี่เหลี่ยม ขนาด 2-3 เท่าของตัวน้องงู เพื่อให้น้องงูมีพื้นที่ในการเลื้อยออกกำลังกาย
ถ้าเล็กไปน้องงูจะอึดอัด ไม่มีที่ให้เลื้อย ใหญ่เกินไป ก็จะทำให้น้องงูเครียดได้ค่ะที่สำคัญมีถ้วยน้ำ รองพื้นน้องงู และ Hide box ด้วยนะคะ

